ReadyPlanet.com
dot
Link
dot
bulletSeasuntour
bulletThailand easy
dot
Newsletter

dot
bulletทัวร์นครวัด
bulletวิบากสันจรปราสาทขอม




Koh Ker...ปิรามิดแห่งปราสาทขอม article

  

 

Koh Ker 

 

......เกาะแกร์ อาณาจักร นอกคอก    ในวาระการทับซ้อนของศูนย์อำนาจสองอาณาจักร  ถูกเรียกว่านอกคอกอาจเพราะ อาณาจักรเกิดจาก การปฎิวัติยึดอำนาจ (เรื่องแบบนี้มีมาแต่ดึกดำบรรพ์อาจพอกับการถือกำเนิดของมนุษย์)  

 

จับเรื่องทวนความ เริ่มปูเรื่องจาก สมัย ยโศวรมันที่1 รวบรวมอาณาจักรเป็นปึกแผ่น   แผ่ขยายอาณาจักรพระนคร  แล้วสถาปนา เมืองหลวงศูนย์อำนาจใหม่ ที่พนมบาเค็ง  นามว่า อาณาจักรยโศธรปุระ เมื่อ ค.ศ 898 โดยย้ายมาจาก นครหริหราลัย (โลลัวะ) แต่อำนาจและความรุ่งเรือง ในช่วงนี้ คงอยู่แค่สมัยของ ยโศวรมันที่1 เท่านั้น เพราะรัชทายาทผู้สืบบัลลังค์  คือหรรษาวรมันที่1 และ อีสานวรมันที่2  ไม่เข้มแข็งพอ หรืออาจจะยังเยาว์วัย  จึงต้องมีที่ปรึกษาสำคัญ หรืออาจจะเป็นผู้สำเร็จราชการแทน  เป็นอาเขย(สามีของขนิษฐาของ ยโศวรมันที่1 ) นามว่าชัยสิงห์วรมัน ซึ่งก็สะสมไพร่พล อำนาจ เพิ่มพูนขึ้น จน ค.ศ. 921 ก็สถาปนาตนขึ้นเป็นกษัตริย์นามว่า ชัยวรมันที่4

 

        ......ชัยวรมันที่4 สถาปนาอาณาจักรใหม่  ชื่อว่า นครโฉกครรคยาร์  หรือ เกาะแกร์ [Koh Ker] ก็ให้ฉงนเป็นปริศนาว่า ทำไมไม่สถาปนาตน  ขึ้นครอง ยโศธรปุระ เสียเลย อาจเพราะเป็นธรรมเนียม ของกษัตริย์ขอม ที่จะต้องสร้างนคร เฉลิมฉลองประกาศอำนาจแห่งตน  ประมาณว่าสร้างมากับมือ  หรืออาจเพราะการต่อต้าน ของกลุ่มอำนาจเก่าในราชสำนัก ที่ยังจงรักภักดี ต่อเชื้อสายกษัตริย์สายตรง  หรืออาจจะเห็นแก่เป็นญาติเชื้อ   สุดแต่จะขบคิดไป

 

แต่จะอย่างไร  นคร เกาะแกร์ [Koh Ker] ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมา ห่างจากเมืองพระนคร ศูนย์อำนาจเดิม ขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ราว 80 ก.ม. ดังนั้น นับแต่ ค.ศ.921- 929 อาณาจักรขอม จึงมีศูนย์อำนาจอยู่ 2 แห่ง คือ พนมบาเค็ง และ เกาะแกร์ .......

 

ช่วงปื ค.ศ.921 กษัตริย์รัชทายาทแห่ง ยโศธรปุระ ทั้ง 2 พระองค์ สืบทอด ราชบัลลังค์ ครองอำนาจ ต่อมาราว 8 ปี ก็สวรรคตลง  ในขณะที่เวลา 8 ปีนั้น อำนาจของ ชัยวรมันที่4 แห่งเกาะแกร์ [Koh Ker] กลับผกผัน เพิ่มพูนขึ้นเป็นลำดับ   

 

ดังนั้นศูนย์กลางอำนาจ หลังปี ค.ศ.929 จึงแปรเปลี่ยนมาอยู่ที่ เกาะแกร์ [Koh Ker] แต่เพียงแห่งเดียว จวบจนถึงการสวรรคตของ  ชัยวรมันที่4 ในปี ค.ศ.941 เกาะแกร์ก็เริ่มเสื่อมถอยลง โอรส คือ หรรษาวรมันที่2 ครองราชย์ต่อมาอีก 3 ปี อำนาจก็เปลี่ยนมาสู่  ราเชนทรวรมัน ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อง เครือญาติสาย ยโศวรมันที่1 

 

 

ราเชนทรวรมัน ได้ย้ายเมืองกลับมาที่ พนมบาเค็ง อีกครั้งหนึ่ง เป็นการปิดฉากความรุ่งเรืองของ เกาะแกร์

 

เกาะแกร์ ....  ถูกทิ้งร้างเป็นนครที่ถูกลืม กลายเป็นนครในพงไพร นับแต่นั้นมา

เกาะแกร์ ....  นครหลวงอายุ 20 ปี นับว่าสั้นนัก จึงเป็นบันทึกเตือนความ แทรกหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของอาณาจักรขอม

                

.... แต่ที่แห่งนี้คืออาณาจักร มิใช่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง  ในอาณาจักรใด มีความยิ่งใหญ่ เป็นเอกลักษณ์แห่งตน ศิลปะในยุคนี้ ยังถูกเรียกขาน ว่าเป็นศิลปะแบบเกาะแกร์

 

 

และในยุคปัจจุบัน  ที่นักเดินทางมุ่งเข้าไปสู่ทุกที่    ที่ดูเหมือนจะท้าทายและแปลกใหม่  เกาะแกร์ จึงได้ถูกปลุกขึ้นจากการหลับใหล  เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่จะต้องไปให้ถึง  จากเส้นเขตแดน ที่ถูกกำหนดขึ้นมาใหม่  ในโลกปัจจุบัน เกาะแกร์ถูกขีดเส้นให้อยู่ ในเขต จ. เขาพระวิหาร [Preah Vihear] ประเทศกัมพูชา  ห่างไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  ของเมืองเสียมเรียบ  ราว 80 ก.ม.

 

ศักราชเปิดเส้นทางท่องเที่ยวสู่เกาะแกร์  ของนักท่องเที่ยวจริงๆ (ไม่นับรวมนักเดินทางผู้ กล้า ท้าทาย และบากบั่น)  เริ่มราวปี

ค.ศ.2005  เมื่อทุ่งระเบิดจากสงครามที่ยาวนานของกัมพูชา   ได้รับการเก็บกู้โดยองค์กร   CMAC [Cambodian Mine Action Centre ] ออกจากบริเวณ  จนแน่ใจว่าปลอดภัย ในเส้นทางเพื่อการท่องเที่ยว ย้ำว่า ในเส้นทางเพื่อการท่องเที่ยว  เพราะในบริเวณห่างออกไปในป่าโปร่งนอกแนวท่องเที่ยว   ป้ายหัวกะโหลกแดงล้อมเชือก เพื่อการเก็บกู้ระเบิดยังมีให้เห็นอยู่  [June 2007]

 

โครงการและ Site งานเก็บกู้ระเบิด ในแต่ละปราสาท มีป้ายปักชี้แจง รายละเอียด พร้อมแสดงแผนผัง เสร็จสรรพ ดังนั้นเราจึงได้ประโยชน์ ประการหนึ่งจากป้ายเหล่านี้ คือได้ทราบชื่อ และ ผังคร่าวๆ ของปราสาท  แก้ไขอาการ งวยงงสงสัยได้เป็นอย่างดี

 

เกาะแกร์ .... มีสถานะเป็นอาณาจักร  เพราะฉะนั้นจึงมีปราสาทมากมายให้ได้ชม  มิใช่มีแต่เพียง ปราสาทธม  อันเป็นปราสาทศูนย์กลาง  และมี เทวสถานบูชาศิวเทพทรงปิรามิด 7 ชั้น ให้ชมเท่านั้น  ปราสาทบริวาร ยังมีอีกมายมาย  กระจาย อยู่โดยรอบให้ได้ชม และจะมี ทยอยแสดงตัวออกมาอีกเป็นระยะ  จากการสำรวจและขุดแต่ง

 

♣ ปิรามิด เกาะแกร์  กับทางขึ้นสูงชัน แหงนมองคอตั้งบ่า

ต้องอาศัยกำลังกายและท้าทายให้ระวัง ยามป่ายปีน

♣ ปราสาทกรอฮอม ก่อนเข้าสู่ ปราสาทธม

ในทิศที่เดินสู่ เทวสถานปิรามิด

 

ปราสาทธม ศูนย์กลางอำนาจ ปัจจุบัน ได้รับการบูรณะปรับปรุง พร้อมให้เข้าชมเป็นอย่างดี  ไม่เหลือเค้าของ ปราสาทในป่าร้างให้เห็นอีกต่อไป  ปิรามิดสูงชัน อันยิ่งใหญ่ มีความสูงเป็นรอง ก็แต่เพียงนครวัด  และเป็นปิรามิดขอมที่ใหญ่ที่สุดในอาณาจักร มีบันไดไม้ที่สร้างให้ป่ายปีนไปถึงยอด  แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง และพละกำลังเป็นพิเศษ  บนยอดมีรูปจำหลักสิงห์แบกฐานศิวลึงค์ เท่านั้นที่ยัง สมบูรณ์ ให้ได้ชมกันแบบเต็มตาเต็มใจ  ยังสงสัยอยู่เหมือนกัน ว่าถ้าไม่สร้างอยู่เสียสูงชัน แบบนี้ จะยังคงมีหลงเหลือให้ได้ชมอยู่หรือไม่  ฐานสิงห์แบก ที่ดูใหญ่โตมั่นคง ประกอบกับหลุมลึกขนาดใหญ่ ตรงกลางอันสันนิษฐานว่าเป็นที่ตั้งศิวลึงค์   ชวนให้จินตนาการได้ว่า  ศิวลึงค์ที่เคยประดิษฐานอยู่ ณ ที่แห่งนี้คงจะใหญ่โตอลังการสุดๆ  ลึงค์ในเทวลัยบริวาร รอบอาณาจักร  ยังมีขนาดใหญ่จนตะลึง  แล้วลึงค์อันเป็นเอกนี้   จะใหญ่ปานใดเล่า

 

 

และที่น่าตื่นตาอีกประการโดยเฉพาะ นักท่องเที่ยวชาวไทยคือ  ภาพของทิวเขาพนมดงรัก อันเป็นเขตแดนไทยกัมพูชา มองเห็นได้เหมือนอยู่แค่เอื้อม ถ้าเลนส์สายตาสามารถซูมไกล  และโฟกัสความชัดได้แบบเลนส์ กำลังสูง เราคงจับภาพของ ปราสาทเขาพระวิหาร ที่ตั้งอยู่บนทำเลของ หัวแหวนแห่งขุนเขา  บริเวณผาเป้ยตาดี  ที่ทางขึ้นอยู่ที่ จ.ศรีสะเกษ  ในประเทศไทย แต่ชะง่อนผาที่ตั้งตัวปราสาททอดออกไปทาบทับ ประเทศกัมพูชา เป็นกรณีพิพาทระดับโลกมาแล้ว

 

ทิวเขาพนมดงรัก มองเห็นได้ชัดเจน บนยอด ปิรามิดเทวลัย

 

 

ป่ายปีนลงมา ชมรายละเอียดของบริเวณปราสาทธม  ทั้งปราสาทประธาน ปราสาทกรอฮอม มณฑป  ในห้องสำคัญ ล้วนมีร่องรอยของการระเบิด  ที่คาดว่าไม่ได้เกิดเพราะมาสู้รบกันในปราสาทของฝ่ายไหน  แต่เป็นการจงใจระเบิดเพื่อค้นหา  ทรัพย์มีค่าใต้เทวรูป หรือรูปจำหลักสำคัญ อันเป็นประธาน   ชิ้นส่วนของรูปจำหลักเหล่านี้  จึงมีกระจัดกระจาย แตกเป็นชิ้นน้อย เกลื่อนไปทั้งห้อง ขนาดของชิ้นส่วนที่กระจัดกระจาย  พิศแล้วจะเห็นว่าชิ้นส่วนเล็กๆนี้  เป็นส่วนประกอบอันใหญ่โต ของเทวรูป  เช่น เศษชิ้นหัวของรุปปั้นวัวขนาดย่อมกว่า กระสอบข้าวเล็กน้อย ยังเป็นแค่ชิ้นของส่วนหัวถึงลำคอ  แล้วรูปปั้นเต็มๆ จะมีขนาดเท่าใด  แสดงถึงความใหญ่โตของสัดส่วน ที่นักวิชาการ  ได้ให้ความจำกัดความไว้ว่าเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวของศิลปะแบบเกาะแกร์  คือมีความใหญ่โต  แสดงพลังและอำนาจ ไม่อ่อนช้อยพลิ้วไหว  เหมือนศิลปะในยุคนครวัด

 

Prasat Lingka

Prasat Srot

Prasat  Crachap

Prasat  Khmao

 

 

ส่วนปราสาทน้อยใหญ่อื่นๆ  ออกมาเดินสำรวจกันแบบละเอียด ทั้งที่บรรจุลงใน Guide Book  และนอกเหนือ ในป่าโปร่งรกร้าง ยังคงมีอีกมากมาย และจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ ในปราสาทหลายแห่ง ศิลปะและรูปแบบ คล้ายปราสาทเขาพระวิหาร แบบญาติสนิท  เสน่ห์ของปราสาทเหล่านี้ นอกจากตัวปราสาทเองที่ดูรกร้างขรึมขลังแล้ว  ยังมีต้นไม้สูงใหญ่ในบริเวณปราสาทที่ขึ้นเสียดสู่ฟ้า ลำต้น กิ่งก้าน สวยงาม แผ่ขยายครอบคลุม เป็นร่มเงาธรรมชาติ  ทำให้การเดินชมปราสาท เป็นไปแบบสดชื่นเย็นใจ  นอกจากนี้บางปราสาทยังถูกปกคลุมด้วยรากไม้ธรรมชาติ  สร้างมิติสวยงามแปลกตา 

 

 

ยังมีปราสาท บูชาศิวะในรูปแบบเทวลึงค์ขนาดใหญ่  เส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 2-3 คนโอบ สร้างไว้มากมาย  ทั้งที่ปรากฏเป็นเค้าโครงสมบูรณ์  ทั้งตัวปราสาทและศิวลึงค์ และที่หักพังกลายเป็นซากรอการบูรณะ  มันมากมายสมกับเป็น ... นครแห่งลึงค์

 

เกาะแกร์ .... นับจากนี้คงจะเป็น กลุ่มปราสาท  ที่นักท่องเที่ยวจะให้ความสนใจมากขึ้นเป็นลำดับ กลุ่มปราสาทมากมาย มีราว 70 ปราสาท หรือบางข้อมูลบอกว่า มีถึงกว่า 100 ปราสาท กำลังถูกทยอย แต่งตัวมาต้อนรับแขก  แม้วันนี้จำนวนปราสาทที่พร้อมให้ชมก็มีมากจนหากจะเก็บเกี่ยว  ดูกันแบบละเอียด 1 วัน คงไม่พอเพียง

 

 

การเดินทางสู่ เกาะแกร์ เมืองเสียมเรียบ ขณะนี้เป็นไปโดยสะดวก  ใช้เส้นทาง หมายเลข 6 ที่จะไปยังพนมเปญ เดินทางราว 16-17 ก.ม.  ถึงแยกบ้านดอมเด็ก อันเป็นประตู สู่ทั้ง ปราสาทเกาะแกร์ และเบ็งมีเลีย  เลี้ยวซ้าย เข้าสู่ทางที่ปัจจุบันลาดยางอย่างดี  เป็นเส้นทางสัมปทาน ที่รถเล่นไปสักระยะ  ก่อนถึงทางแยก ที่จะมุ่งสู่เบ็งมีเลีย และเกาะแกร์ จะมีจุดเก็บค่าผ่านทางสำหรับรถรถเก๋งต้องจ่าย 5$ รถตู้ 7$  เมื่อถึงทางแยกจะมีป้ายบอกทาง ตรงไป เป็นปราสาทเบ็งมีเลีย เลี้ยวซ้ายจะไป ปราสาทเกาะแกร์  เลี้ยวซ้าย ระยะหนึ่งจะมีด่านเก็บ เงินค่าเข้าชม เป็นเจ้าสัมปทานเดียวกับ คนสร้างทาง ชื่อ Kham Someth Co.,LTD ของนักการเมืองใหญ่  ค่าเข้าชม เกาะแกร์ คนละ 10$  ทางจะลาดยางอย่างดีถึงจุด ตรวจนักท่องเที่ยวอีกด่านหนึ่ง ซึ่งจะมีห้องน้ำบริการอย่างดี  จากนี้ไปจะเป็นทางลูกรังอัดแน่น  ไปจนถึงปราสาทเกาะแกร์  รวมระยะทางทั้งหมด ราว 130 ก.ม. ใช้เวลาเดินทาง ราว 2.30 - 3 ชม. แล้วแต่สถาพ เส้นทาง ยานพาหนะ และอารมณ์คนขับ

 

 

 

♣หน้าตาของบัตรเข้าชม นครเกาะแกร์  ต่างปี ต่างวาระ

 

 

เครื่องหมายให้ระวังระเบิด 

วันนี้เป็นเพียงความตื่นเต้นเล็กๆ ของนักท่องเที่ยว 

อาจจะแค่เตือนให้รู้ ถึงความเป็นมาอันโชกโชน

ของสถานที่แห่งนี้

 

 

ป้ายแสดง Site งานเก็บกู้ระเบิด ก็อยู่คู่ปราสาท

กลายเป็น ป้ายบอกเล่า อธิบายแสดงตัวตน

ของแต่ละปราสาทไป

 

 

แต่อารมณ์นักท่องเที่ยว ก็คงจะขอแบบกลางๆ ชมทิวทัศน์  ป่าโปร่งที่มี พื้นที่ปลูกพืชไร่ เช่นถั่ว และงาสลับกัน ดูเพลินตา ต้นไม้ข้างทางจะมีรูปทรง  กิ่งก้านแตกสาขางดงามแปลกตา  และใน ค.ศ.2007 นี้ ก็มีหมู่บ้านเกิดใหม่เกิดขึ้น ตามรายทาง ชาวบ้านกำลังขะมักเขม้น สร้างบ้านแปลงเมือง  มีป้ายโครงการธุรกิจบางอย่าง ปักบอกว่าจะสร้างที่นี่เร็วๆนี้  คงเป็นช่วงเวลา ของแสงทองสาดส่องสู่ ประเทศกัมพูชา จริงๆเสียกระมัง

 

การเิดินทาง สู่เกาะแกร์  ไม่ใช่เส้นทาง ที่นักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ที่ต้องการชมปราสาทขอม  ดังนั้นจึงไม่สะดวกไปหน่อย  สำหรับนักท่องเที่ยว  ที่เดินทางโดยอิสระ  แต่ก็ไม่นอกเหนือเกินความสามารถ  หรือถ้าอยากตัดความยุ่งยากในการจัดการ  ให้สีสันทัวร์ เป็นผู้จัดการให้ท่านได้  เราพร้อมเสมอที่จะให้บริการด้วยความยินดี

 

 

 

 




Angkor Temple Site

Angkor wat...นครวัด ที่สุดแห่งปราสาทขอม
Sambor Prei Kuk ป่าปราสาท .... รุ่งอรุณแห่งขอม article
Banteay Chamar ยักษ์หลับแห่ง บันเตียร์เมียนเจย
Prasat Tasom....ปราสาทตาสม งามสงบคลาสสิก



[1]

ความคิดเห็นที่ 3 (154502)
สวยมากๆๆๆๆๆๆ
ผู้แสดงความคิดเห็น 04/01/55 (nest_love120-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-19 16:22:22


ความคิดเห็นที่ 2 (39059)
อยากไปเที่ยวดูบ้างจังเลย คงจะสวยน่าดูเลยหิหิ
ผู้แสดงความคิดเห็น 111 วันที่ตอบ 2011-01-04 12:03:17


ความคิดเห็นที่ 1 (1565)

สวยดีอ่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น 22/12/51 (napat_6439-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2008-12-22 16:43:20



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล